ค้างคาว

16 ธ.ค.

ค้างคาว หรือ  “นกมีหูหนูมีปีก” คือฉายาของมัน มีลักษณะคล้ายหนูแต่บินได้เหมือนนก  จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีปีกและสามารถบินได้  ถือเป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจศึกษาเพื่อคลี่คลายความลี้ลับเกี่ยวกับตัวของมัน

ลักษณะทั่วไป

จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (สัตว์เลือดอุ่น) มีขนทั่วตัว ขาหน้าเปลี่ยนเป็นปีกที่มีแผ่นพังผืดบางๆ โยงระหว่างนิ้วจากขาหน้าจนถึงขาหลัง ขาหลังสั้น จัดเป็นสัตว์ที่มีนิ้วยาวที่สุดในโลก (เมื่อเทียบกับขนาดลำตัว – บก.) มีกรงเล็บและฟันที่แหลมคม  หัวใจมี 4 ห้อง ลักษณะใบหน้าของค้างคาวมีหลายแบบ เช่น คล้ายหน้าหมา หน้ายักษ์ หน้าหมู และพวกที่มีใบหน้าและหัวที่ค่อนข้างแบน เป็นต้น

ที่อยู่อาศัย 

มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ส่วนมากจะอาศัยอยู่ตามถ้ำเขาหินปูนที่มืดและทึบ  นอกจากนี้ยังอาศัยอยู่ตามเพดานของหลังคาโบสถ์เก่าๆ ตามวัด โพรงไม้ ร่มเงามืดๆ ตามป่าเขา ในไร่ในสวน หรือตามซอกโขดหินและชะง่อนผา

ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของค้างคาว

“ทำไมค้างคาวถึงออกหากินในเวลากลางคืน?”

เมื่อเวลากลางคืนมาถึง ฝูงค้างคาวมักจะพากันบินออกจากถ้ำหรือโพรงที่พักอาศัยในเวลาโพล้เพล้เป็นกลุ่มใหญ่ โดยจะทยอยบินออกเป็นสายยาวมากเพื่อหาแหล่งอาหาร เหตุที่ต้องออกหากินในเวลากลางคืนมีหลายประการ ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการแข่งขันกับสัตว์อื่นที่กิน ผลไม้ น้ำหวานและแมลง เช่น พวกนกนางแอ่น นกเงือก นอกจากนี้ตอนกลางคืนก็มีแมลงที่เป็นอาหารของมันมากกว่าในตอนกลางวันด้วย
  2. พืชหลายชนิด เช่นพวกไม้ในสกุลสะตอ เพกา ได้พัฒนาน้ำหวานที่มีรสชาติเข้มข้นที่ค้างคาวชอบเป็นจำนวนมาก (ซึ่งน้ำหวานจะถูกขับออกมาเป็นจำนวนมากในเวลากลางคืน สามารถชมภาพและอ่านเรื่องราวของสะตอกับค้างคาวได้ที่ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=296549     http://www.oknation.net/blog/print.php?id=151463 – บ.ก.)
  3. เป็นการป้องกันตัวจากผู้ล่าในเวลากลางวัน เช่นพวกเหยี่ยว นกอินทรีที่คอยจับค้างคาวหรือสัตว์เล็กๆกินเป็นอาหาร  แม้ว่าในเวลากลางคืนจะมีผู้ล่าด้วยก็ตาม (นกแสก นกฮูก) แต่ก็ยังมีน้อยกว่าในเวลากลางวัน

“ทำไมค้างคาวจึงนอนห้อยหัว?”

เนื่องจากค้างคาวมีขาและอุ้งเท้าเล็กไม่ได้สัดส่วนกับขนาดของร่างกาย จึงทำให้มันไม่สามารถยกตัวขึ้นตั้งเกาะแล้วนอนอย่างพวกนกได้  ประกอบกับแรงดึงดูดของโลกที่มีต่อน้ำหนักของค้างคาวนั้นมีมากกว่าความแข็งแรงของอุ้งเท้าและกล้ามเนื้อขา จึงทำให้มันต้องห้อยหัวลง  หัวเข่าของค้างคาวจึงต้องหมุนไปอยู่ด้านหลังเวลาที่ต้องการบินจึงสามารถใช้ปีกบินได้ทันที

“ทำไมเวลาที่นอนห้อยหัวแล้วค้างคาวถึงไม่ตาย?”

ถ้ามนุษย์หรือสัตว์อื่นๆนอนห้อยหัวลงมาเป็นเวลานาน อาจทำให้เลือดไหลมาที่สมองแล้วตายได้  แต่ค้างคาวมีระบบไหลเวียนเลือดที่ต่างออกไปจากสัตว์อื่นคือ ตามปกติแล้วร่างกายจะมีลิ้นที่ใช้ปิดเปิดเลือดอยู่ภายในเส้นเลือดแดงใหญ่เพื่อคอยควบคุมไม่ให้กระแสเลือดไหลย้อน  แต่ลิ้นปิดเปิดระบบกระแสเลือดในส่วนลำคอของค้างคาว จะทำหน้าที่พิเศษบังคับไม่ให้เลือดไหลกลับลงมามากจนเกิดเลือดคลั่งในสมอง อีกประการหนึ่งคือหัวใจของค้างคาวจะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดให้ค่อยและช้าลงกว่าปกติอีกด้วย จึงทำให้มันสามารถนอนห้อยหัวได้

“ค้างคาวออกลูกอย่างไร?”

ค้างคาวจะผสมพันธุ์กันขณะที่เกาะอยู่บนเพดานถ้ำหรือบนกิ่งไม้แล้วก็แยกกัน  จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของค้างคาวตัวเมียที่จะอุ้มท้องแล้วก็ดูแลลูก  ค้างคาวตัวเมียจะออกลูกขณะที่เกาะอยู่กับกิ่งไม้หรือเพดานถ้ำ เมื่อลูกเกิด แม่ค้างคาวจะกางปีกทั้งสองโอบอุ้มลูกอ่อนไว้กับหน้าอกของมันเพื่อให้ความอบอุ่น

ตามปกติแล้วค้างคาวจะออกลูกครั้งละ 1-3 ตัว แต่จะมีเพียง 1-2 ตัวเท่านั้นที่มีชีวิตรอดเพราะค้างคาวมีเต้านม 2 เต้า  ลูกค้างคาวจะดูดนมโดยเกาะกับลำตัวด้านหน้าของแม่และจะห้อยหัวลงมาในท่าเดียวกัน  แม่ค้างคาวกินผลไม้จะนำลูกอ่อนขนาดเล็กติดหน้าอกออกไปหากินด้วยทุกครั้ง  ส่วนแม่ค้างคาวกินแมลงจะปล่อยลูกให้เกาะอยู่ตามเพดานถ้ำหรือคบไม้ตามลำพังเมื่อลูกมีขนขึ้นทั้งตัวและมีกรงเล็บที่แข็งแรงพอ เมื่อแม่ออกไปหากินเสร็จก็จะกลับมาให้นมลูก จนกว่าลูกจะสามารถบินได้เองซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์

ช่วงที่เป็นแม่ลูกอ่อนนี้จะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของค้างคาว เนื่องจากมีลูกติดมาด้วยทำให้มันบินได้ช้าและตามพวกไม่ค่อยทัน จึงทำให้อาจถูกเหยี่ยวจับกินเป็นอาหาร

“ทำไมค้างคาวจึงสามารถบินในที่มืดโดยไม่ชนสิ่งกีดขวางเลย?”

ค้างคาวจะส่งเสียงที่เรียกว่า “เสียงอุลตร้าโซนิก” (เสียงที่มีความถี่สูงมากจนหูของมนุษย์ไม่สามารถได้ยิน)ออกมา เมื่อคลื่นเสียงอุลตร้าโซนิกนี้ไปกระทบอะไรเข้าก็จะสะท้อนกลับมายังหูของมันที่มีความพิเศษ กล่าวคือ มันสามารถบอกได้ว่าคลื่นเสียงที่มันเปล่งไปกระทบนั้นไปกระทบกับอะไร เหยื่อหรือศัตรู ห่างออกไปแค่ไหน ทิศทางใด เคลื่อนที่ได้รวดเร็วเพียงใด   วิธีการส่งและรับเสียงของค้างคาวนี้นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “เอโคโลเคชั่น” (ระบบเสียงสะท้อนที่บอกตำแหน่งของวัตถุที่เสียงนั้นไปกระทบได้อย่างถูกต้อง)  ดังนั้นในการบินของค้างคาวจึงไม่ต้องอาศัยนัยน์ตาเลย

แต่ก็มีอยู่ที่หนึ่งที่ค้างคาวไม่สามารถใช้เสียงสะท้อนได้ นั่นก็คือภายในบริเวณถ้ำที่พักอาศัยของมัน  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมันเกาะอยู่รวมกันมากๆ เสียงที่ร้องจึงรบกวนกันเองหมด

 

คุณประโยชน์ของค้าวคาว

1. ค้างคาวกินแมลงช่วยทำลายแมลงที่เป็นศัตรูต่อพืชผลทางการเกษตร

2. มูลของค้างคาวสามารถใช้ทำปุ๋ยได้

3. ค้างคาวกินน้ำหวานช่วยผสมเกสรดอกไม้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วย ทุเรียน ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าว เป็นต้น

 

โทษของค้างคาว

1. ค้างคาวกินผลไม้ทำลายพืชและผลไม้ สร้างความเสียหายแก่ชาวสวน

2. เป็นพาหะนำโรค เช่นโรคคล้ายโรคกลัวน้ำ เชื้อไวรัส  และนอกจากนี้ยังมีตัวปรสิตที่ทำให้เกิดโรคเหงาหลับในมนุษย์และสัตว์เลี้ยง

3. ค้างคาวแวมไพร์สร้างความเสียหายแก่ปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง กล่าวคือ สัตว์ที่ถูกกัดจะอ่อนแอ โตช้า และมีโรคแทรก บางครั้งก็ตาย

 

เราสามารถพบค้างคาวได้ 286 ชนิดทั่วโลก และในประเทศไทยเองก็สามารถพบได้ 109 ชนิด  แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือค้างคาวที่สามารถพบได้ในประเทศไทย

  • ค้างคาวกินผลไม้  ได้แก่ ค้างคาวแม่ไก่ ค้างคาวขอบหูขาว ค้างคาวบัว ค้างคาวกินน้ำหวาน(วงศ์ย่อยในวงศ์ค้างคาวกินผลไม้) เช่น พวกค้างคาวเล็บกุด ค้างคาวหน้ายาวใหญ่เป็นต้น
  • ค้างคาวกินแมลง ได้แก่ ค้างคาวปากย่น ค้าวคาวแวมไพร์แปลง ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ ค้างคาวผีเสื้อ ค้างคาวกิตติหรือ ค้างคาวหน้าหมู

ค้างคาวคุณกิติ หรือค้างคาวหน้าหมู เป็นค้างคาวและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โตเต็มวัยมีน้ำหนักประมาณ 2 กรัม จัดเป็นค้างคาวในวงศ์ใหม่ สกุลใหม่ และชนิดใหม่ของโลก สำรวจพบในปีพ.ศ. 2516 และตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ คุณกิตติ ทองลงยา นักสัตววิทยาผู้ค้นพบเป็นครั้งแรก  เราสามารถพบค้างคาวชนิดนี้ได้ตามถ้ำเขาหินปูนและป่าเบญจพรรณ แถบเขตจังหวัดกาญจนบุรีและทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า  ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและถือเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศไทย

 

สรุปความจาก: หนังสือ “ค้างคาว”  หนังสือชุดความรู้ไทยลำดับที่ 3011 ขององค์การค้าคุรุสภา พ.ศ. 2539

ผู้ประพันธ์: นิเวช นาดี

ผู้สรุปความ: เอิง ขจีวรรณ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

 

คำถามทบทวนความเข้าใจ

จงเลือกข้อที่คิดว่าถูกต้อง

1.  ค้างคาวมีอีกหนึ่งฉายาว่าอะไร

ก.   นกมีหู หมูกระพือปีก

ข.   นกหน้าหนู หมูบินได้

ค.   นกมีหูหนูมีปีก

ง.   นกมือหมู หนูติดปีก

2.  ค้างคาวจัดเป็นสัตว์ประเภทไหน

ก.   สัตว์เลือดอุ่น

ข.   สัตว์เลือดเย็น

ค.   สัตว์เลือดผสม

ง.   สัตว์เลือดร้อน

3.   ข้อใดเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาว

ก.   ถ้ำ โพรงไม้

ข.   พุ่มไม้

ค.   น้ำตก

ง.   รูดิน

4.   ทำไมค้างคาวถึงหากินในเวลากลางคืน

ก.   เพราะว่ามันชอบพระจันทร์

ข.  เพราะว่าตอนกลางคืนมีผู้ล่ามันน้อย

ค.   เพราะว่าไม่ต้องคอยแย่งชิงอาหารกับสัตว์อื่นมาก

ง.   ข้อ ข. กับ ค. ถูกต้อง

5.   อวัยวะส่วนใดของค้างคาวที่ช่วยให้มันสามารถนอนห้อยหัวโดยไม่ตายได้

ก.   ลิ้นปิด-เปิดเลือดบริเวณลำคอ

ข.   ลิ้นปิด-เปิดเลือดบริเวณท้ายทอย

ค.   ลิ้นปิด-เปิดเลือดบริเวณหัวใจ

ง.    ลิ้นปิด-เปิดเลือดบริเวณปอด

6.   ช่วงใดเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของค้างคาว

ก.   ช่วงฤดูผสมพันธุ์

ข.   ช่วงที่เป็นแม่ลูกอ่อน

ค.   ช่วงเวลาเกิด

ง.   ช่วงที่กำลังลอกคราบ

7.   วิธีการส่งและรับเสียงของค้างคาวนี้นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าอะไร

ก.   อุลตร้าโซนิก

ข.   เลวาลูชั่น

ค.   โซนิกโลเคชั่น

ง.   เอโคโลเคชั่น

8.   ข้อใดเป็นประโยชน์ของค้างคาว

ก.   ช่วยทำลายแมลงที่เป็นศัตรูพืช

ข.   มูลของค้างคาวใช้ทำปุ๋ยได้

ค.   ช่วยขยายพันธุ์พืช

ง.   ถูกทุกข้อ

9.   ค้างคาวเป็นพาหะนำโรคใดมาสู่มนุษย์และสัตว์

ก.   โรคกลัวน้ำ

ข.   โรคตาแดง

ค.   โรคอหิวาตกโรค

ง.   โรคแอนแทรกซ์

10.   ค้างคาวชนิดใดเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลก

ก.   ค้างคาวแม่ไก่

ข.   ค้างคาวแวมไพร์

ค.    ค้างคาวกิตติ

ง.   ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ

ตอบคำถามด้วยความสนุกนะคะ….ผู้จัดทำ

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: